เทคนิคการเตรียมตัวสำหรับการสอบ gat ภาษาอังกฤษ

เทคนิคการเตรียมตัวสำหรับการสอบ gat ภาษาอังกฤษ

ข้อสอบภาษาอังกฤษ (GAT)ในครั้งหลังๆนั้น  ได้มีการเปลี่ยนแปลงมาบ้างจากปีที่ผ่านมา เราจะเห็นได้จากคำถามพวก Odd one out ออกไป และได้มีการเพิ่มจำนวนคำถามแนว Error Identification ให้มากขึ้น แต่โดยภาพรวมแล้วโครงสร้างหลักๆ ก็ยังคงเหมือนเดิมอยู่ ข้อสอบมี 4 ส่วน ซึ่งน้องๆจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ คำศัพท์ และ expressions ต่างๆ ที่นิยมใช้ รวมถึงวิธีการตอบบทสนทนาในสถานการณ์ต่างๆ  ไวยากรณ์ก็เป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะในส่วนของ Error Identification

นอกจากนี้เรายังสามารถนำความรู้ไวยากรณ์มาใช้ในการช่วยทำข้อสอบ Reading ของ GAT ได้ด้วย เพราะมันช่วยให้เราอ่านแล้วเข้าใจบทความมากยิ่งขึ้นได้ด้วย

สำหรับน.ร.ที่กำลังเตรียมสอบ GAT ควรต้องศึกษาแนวข้อสอบให้ดี โดยหาข้อสอบเก่า หรือหนังสือแนวเตรียมสอบ มาฝึกทำ โดยควรต้องมีตำรา Grammar คู่ใจ ติดมือไว้ด้วยก็จะดีมาก เพื่อใช้ในการค้นคว้าเวลาเจอประเด็นที่สงสัย เพราะโดยปกติแล้ว หนังสือเตรียมสอบทั้งหลาย ในส่วนของเฉลยนั้น จะอธิบายแบบสรุปๆ ไม่ได้เจาะลึก หรืออธิบายไม่ครอบคลุมเท่าที่ควร บางข้อหากนักเรียนไม่มีพื้นฐานที่ดีพอ อาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเฉลยหรืออธิบายแบบนี้ ดังนั้นนักเรียนจึงควรทำการค้นคว้าเพิ่มเติมด้วย  เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่แท้จริง และครอบคลุมทุกประเด็นที่สำคัญ การเตรียมตัวสอบจึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่ การซื้อแบบฝึกหัดมาทำให้มันจบเล่มเท่านั้น การทำแบบนี้ แม้จะได้ประโยชน์ก็จะได้ไม่มากเท่าที่ควร

แล้วหากใครก็ตามที่ไม่ถนัดค้นคว้าเอง แต่โชคดีรู้จักอาจารย์ที่โรงเรียนหรือติวเตอร์ ที่ยินดีให้เราเข้าไปสอบถามได้ ก็ควรเอาคำถามที่เราไม่เข้าใจไปถาม ไปขอคำอธิบายเพิ่มเติมจากอาจารย์ ก็จะทำให้เราเข้าใจลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นครับ   ส่วนคนที่ไม่ถนัดเตรียมสอบโดยการอ่านเอง หรือ ต้องการมีคนมาชี้แนะแนวทางให้ก่อนที่จะเตรียมตัวสอบด้วยตัวเอง ก็อาจลองเลือกลงคอร์สติว GAT ดู โดยควรเลือกเรียนกับคนที่สอนแล้วเราฟังรู้เรื่อง ไม่เวิ่นเว้อ และมีเทคนิคในการช่วยจำ หรือมีเทคนิคลัดด้วยก็จะได้ผลลัพธ์ที่ดีมาก

ในการเรียนของบางโรงเรียนอาจจะไม่ตรงกับแนวข้อสอบภาษาอังกฤษของมหาวิทยาลัยด้วย แต่ถ้ามาวิเคราะห์กันดีๆแล้ว ข้อสอบ GAT ภาษาอังกฤษ นั้นก็ไม่ได้ยากไปกว่าข้อสอบรับตรงของหลายๆมหาลัย เพราะฉะนั้นแล้วถ้าหากว่าน้องๆ ได้มีเตรียมการอ่านหนังสือมาอย่างดี รับรองมันไม่ได้ยากเกินไปอย่างแน่นอน และวันนี้เราจะมาแนะนำ 4 เทคนิคที่จะช่วยทำให้ gat ภาษาอังกฤษเป็นเรื่องที่ง่าย

  1. ไม่ขี้เกียจ ทำได้หมดทุกแนวข้อสอบ ตามหลักความพยายามอยู่ที่ไหนคว่ทสำเร็จอยู้ที่นั่น
  2. พยายามอ่านบทความภาษาอังกฤษให้รู้เรื่อง
  3. หัดแปลประโยคสั้นในข้อสอบให้ออก ต้องฝึกหัดแปลประโยคสั้นๆ จากในข้อสอบ GAT ภาษาอังกฤษ ให้ได้ด้วย ต้องฝึกบ่อยๆ ให้เกิดการชินกับการแปลประโยคสั้นๆ 1-2 ประโยคให้ได้ในเวลาอันสั้น เพื่อที่เราจะได้ไปต่อได้ในขั้นต่อไป
  4. จำไว้ว่ารู้ศัพท์ภาษาอังกฤษเยอะๆยิ่งได้เปรียบ

ซึ่งข้อสอบ gat อังกฤษนั้นจะประกอบไปด้วย 4 ส่วนดังนี้

Part 1

Expressions (Q1-15)
พาร์ทนี้ข้อสอบเป็นลักษณะ conversation ที่คุยโต้ตอบกัน (จุดเด่น คือ ใครที่รู้ศัพท์พอควร มีพื้นฐานภาษาอังกฤษมาบ้าง ก็มักจะทำส่วนนี้ได้)  และสิ่งที่ควรศึกษาไปเพื่อทำในส่วนนี้คือ พวกกลุ่มคำศัพท์และสำนวนที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ถ้าใครรู้ตรงนี้เยอะ เตรียมตัวเข้าไปดี ก็จะได้เปรียบพอควรค่ะ

Part 2
Vocabulary (Q16-30)
การสอบในครั้งที่ผ่านๆมาพาร์ทนี้มีสองส่วน ได้แก่

Meaning in Context : มีตัวเลือกมา 4 ตัวให้หา synonym ที่ตรงกับคำศัพท์ที่ถูกขีดเส้นใต้ในโจทย์ แน่นอนในส่วนนี้ใครรู้ศัพท์เยอะกว่าย่อมได้เปรียบค่ะ

Meaning Recognition : คำศัพท์ในโจทย์และตัวเลือกจะเป็นคำศัพท์คำเดียวกันและถูกขีดเส้นใต้เอาไว้ น.ร.จะต้องหาว่าตัวเลือกใดมีความหมายตรงกับในโจทย์มากที่สุด และคำถามแนวนี้น้องๆต้องรู้ว่าศัพท์หนึ่งคำมักจะแปลได้หลายความหมาย ต้องรู้ว่าอยู่ในประโยคแบบนี้จะแปลว่าอะไรดี ข่าวดีก็คือ การทำข้อสอบแบบนี้ มันจะมีทริคของมันอยู่ค่ะ ฝึกทำมากๆจะสังเกตุเห็นได้ค่ะ

Part3 Reading (Q31-45)

ในส่วนนี้จะมีพวกป้ายประกาศ ป้ายโฆษณา ให้อ่านสองป้าย (หรือการ์ตูนย์ 3 ช่องในการสอบครั้งก่อนๆ) และมีบทความ 3 บทความ (2 บทความแรกยาวครึ่งหน้ากระดาษ อีกบทความยาวประมาณ1 หน้าครึ่ง) แล้วก็จะมีคำถามที่ทดสอบความเข้าใจอยู่ด้วย

Part4 Structure and Writing( Q46-60)

ในพาร์ทนี้ประกอบไปด้วย Error Identification และมีประโยคให้ 6 ประโยค โดยให้น.ร.เรียงลำดับประโยค (Sequence) ให้ถูกต้อง ในสองส่วนนี้โดยเฉพาะในส่วนของ error นักเรียนส่วนใหญ่จะทำไม่ได้ และกลัวพาร์ทนี้กัน ซึ่งจริงๆแล้วเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก ที่พูดแบบนี้เพราะข้อสอบพวกนี้มันมีหลักการที่ตายตัวในการทำอยู่ มีเทคนิคในการหาคำตอบที่ใช้ได้ผลเสมอ ดังนั้นคนที่วางแผนจัดเวลาดีๆ ให้เวลาในการศึกษาหลักการและเทคนิคดังกล่าวมาก่อน ก็จะทำข้อสอบส่วนนี้ได้อย่างแน่นอนค่ะ

 

 

 

 

 

Visitors: 10,063,810